ความเป็นมาของงานพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์
เพื่อการศึกษาภาษาบาลีและพระพุทธศาสนา


            พุทธธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เรียกว่า "พระธรรมวินัย" บ้าง "พระพุทธพจน์" บ้าง เหล่าพุทธสาวกทรงจำ บอกกล่าวด้วยระบบวิธี "มุขปาฐะ" คือ ทรงจำแสดงและบอกกล่าว ด้วยปากเปล่าอันเป็นประเพณีนิยมในสมัยนั้น สงฆ์สาวกในยุคนั้นต่างก็จดจำหมวดธรรมหมวดวินัยที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไวได้อย่าง่แม่นยำ จนเกิดสำนักของพระผู้ทรงธรรม (ธรรมธร) เช่นพระอานนท์เถระ และพระผู้ทรงพระวินัย (วินัยธร) เช่นพระอุบาลีเถระ ดังปรากฏในประวัติพุทธสาวกองค์นั้น ๆ แล้ว ภายหลังเมื่อพระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พระอรหันต์ทั้งหลายมีพระมหากัสสปะ เป็นต้น ได้ประชุมพระอรหันต์จำนวน ๕๐๐ รูปเพื่อรวบรวมร้อยกรองพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์ และคำสอนของพระสาวกเป็นต้นแสดงแล้วพระพุทธองค์ทรงรับรองให้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน อันเป็นบ่อเกิดคัมภีร์ทางศาสนาต่อมา คือ พระไตรปิฎก และเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่อนุพุทธยุคหลังได้เรียนรู้และเข้าใจง่าย พระมหาเถระทั้งหลายผู้รู้พุทธาธิบายจึงได้รจนาคัมภีร์อรรถกถา ฎีกา เป็นต้น ซึ่งภาษาที่บันทึกคัมภีร์ทางพุทธศาสนาทั้งหมดนั้น คือ ภาษามคธ ซึ่งเป็นภาษาที่รักษาพระพุทธพจน์ไว้ ภาษามคธ จึงได้นามว่า ภาษาบาลี ในที่สุด

 

              คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา คือ พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา เป็นต้น ในยุคแรก ๆ ได้รับการถ่ายทอดและบันทึกด้วยระบบวิธีมุขปาฐะ คือ ปากเปล่า หรือ ปากต่อปาก เมื่อโลกได้พัฒนาการด้านวัตถุ เช่น มีการประดิษฐ์คิดค้นตัวอักษรขึ้นแทนเสียง ก็จารจารึกอักษร แทนเสียงนั้นลงในใบลาน กระดาษและได้พัฒนามาจนถึงยุคสมัยพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์จัดทำเป็น รูปเล่มที่ใช้ศึกษากันอยู่จนทุกวันนี้

 

              การศึกษาคัมภีร์พระพุทธศาสนา เริ่มจากการศึกษาแบบวงศ์ปริยัติ คือ ศึกษาไปตามลำดับ ชั้นของคัมภีร์ เนื่องจากคัมภีร์พระพุทธศาสนาทั้งหมดนี้ บันทึกไว้ด้วยภาษามคธ ดังนั้น ผู้จะศึกษาคัมภีร์ เหล่านี้ จะต้องศึกษาหลักไวยากรณ์ให้แตกฉานเสียก่อน ประดุจดังคนไทย ผู้ต้องการศึกษาวรรณคดี ภาษาอังกฤษ ก็ต้องเรียนหลักภาษาอังกฤษก่อนฉะนั้น พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงรจนาคัมภีร์อธิบาย หลักภาษาบาลี เรียกว่า คัมภีร์ศัพทศาสตร์ บ้าง คัมภีร์สัททาวิเสส บ้าง

              การศึกษาคัมภีร์สัททาวิเสสให้ครบถ้วนทุกคัมภีร์ที่สำคัญ ๆ และทำความเข้าใจได้โดย ละเอียดถูกต้อง ในอดีตจะต้องศึกษาจากครูอาจารย์โดยตรง อาศัยตำราศึกษาค้นคว้ามากมายศึกษา อย่างจริงจัง และใช้เวลามาก ปัจจุบันการพัฒนาทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT = Information and Communication Technology) เป็นไปอย่างต่อเนื่องนับแต่ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดความพยายามในการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านข้อมูลข่าวสาร ด้านการสอนและการเรียนรู้ ของนักเรียน เป็นต้น ซึ่งการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานการศึกษาก็เพื่อให้ การศึกษามีคุณภาพ และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์ทางด้านการศึกษาหรือคอมพิวเตอร์เพื่อ การศึกษาจึงมีความ สำคัญเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ มีผู้กล่าวประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ในแง่มุมต่าง ๆ เช่น ช่วยในการประเมินผล ความเที่ยงตรงและเป็นแหล่งเก็บข้อมูลมหาศาลา ช่วยเสริมแรงได้ดีมีระบบช่วยจำ ทำให้การเรียน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

               สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้กำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจนในการนำวิทยาการคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เพื่อการศึกษา ดังเช่น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดสาระสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการศึกษา ดังใน มาตรา ๖๓ - ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ สรุปความได้ว่า

               .....รัฐจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุและกระจาย เสียงวิทยุ โทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปแบบอื่นเพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษาและ ศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ ให้มีการระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการ ลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ...

 

                งานพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาภาษาบาลีและพระพุทธศาสนา จึงเป็นงาน ที่นำเอาเนื้อหาสาระของการศึกษาพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ระดับการศึกษาภาษาบาลี และการศึกษาคัมภีร์ พระพุทธศาสนาระดับต่าง ๆ โดยอาศัยเครื่องมือสมัยใหม่อันได้แก่เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการสร้างบรรยากาศใหม่ของการเรียนการสอน พระพุทธศาสนา เป็นการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนแบบเดิม ๆ ที่ยึดครูเป็นศูนย์กลาง

                 อาศัยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวมา จึงได้จัดโครงการผลิตซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ช่วยสอนภาษาบาลีและพระพุทธศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

                 ๑. เพื่อผลิตซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ในรูปแบบสื่อประสมทั้งข้อความ รูปภาพ และ วีดีโอ (Multimedia Hypertext Computer) เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนคัมภีร์บาลีในระบบห้องเรียน และระบบการศึกษาทางไกล

                ๒. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาคัมภีร์บาลี มุ่งเน้นให้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยโดยอาศัย เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเสริม

                ๓. เพื่อผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI-Multimedia) และสร้างฐานข้อมูลเพื่อ ให้บริการในรูปแบบ CD-ROM และสามารถ Online โดยผ่านเครือข่ายสำหรับนักศึกษาในระบบทางไกล

ดูผลงานซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์สอนบาลีที่นี่
ดูหนังสือแบบเรียนภาษาบาลีเบื้องต้นที่นี่

 


 


ติดต่อเข้าร่วมโครงการ
หรือต้องการสร้างปัญญาบารมีบริจาคทรัพย์สมทบกองทุน
โทร. 01-9432665 e-mail:wetban@hotmail.com