ความอัศจรรย์บาลี ๖ ประการ


           

ศาสนาทั้งหลายในโลกนี้  ต่างมีภาษาสำหรับจารึกศาสนธรรมคำสอนของพระศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนานั้นๆ  ภาษาสันสกฤตผู้นับถือศาสนาพราหมณ์นับถือว่าเป็นภาษาอันศักดิ์สิทธิ์  เพราะจารึกคำสอนอขงพระเวทฉันใด  แม้ภาษาบาลีก็เป็นเช่นเดียวกัน  ชาวพุทธทั้งหลายฝ่ายเถรวาทก็นับถือว่าเป็นภาษาศักดิ์สิทธ์  เพราะจารึกพระธรรมอันเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่อนุพุทธยุคหลักได้ศึกษาเรียนรู้พระพุทธธรรมได้โดยง่าย  พระมหาเถระทั้งหลายผู้แต่งคัมภีร์อรรถกถา  และฎีกา  เป็นต้น  ต่างใช้ภาษาบาลีเป็นหลักในการแต่งคัมภีร์เหล่านั้น
ฉะนั้น  การที่จะมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทโดยถูกต้องและ  สมบูรณ์แบบที่สุดนั้น  ขึ้นกับภูมิความความแตกฉานภาษาบาลีเป็นสำคัญ  เพราะพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปัจจุบันเรียกกันว่า  “พระไตรปิฎก” นั้น  ล้วนอยู่ในรูปของภาษาบาลีทั้งสิ้น  เนื่องจากภาษาบาลีเป็นภาษารักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะนั่นเอง

 

  ๑. ภาษาบาลีเป็นภาษาที่ไม่เสื่อม

                ภาษาบาลีนับว่าเป็นภาษาที่สูงกว่าภาษาทั้งหลาย  เพราะสมบูรณ์ด้วยคุณวิเศษและสภาวนิรุตติ  คำว่า  สภาวนิรุตตินั้น  หมายถึงภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงความหมายและอธิบาย  มีอำนาจในการแสดงอรรถและอธิบายได้แน่นอน  เป็นภาษาที่ผู้วิเศษทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นทรงใช้อยู่  กล่าวอีกนัยหนึ่ง  สภาวนิรุตติ  หมายถึงภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ไม่เสื่อม  ตั้งอยู่โดยปกติ  ส่วนภาษาอื่นๆ เมื่อถึงกาลหนึ่งย่อมเปลี่ยนแปลง  และเสื่อมได้  สำหรับภาษาบาลีแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆ  ในกาลไหนๆ  หากจะมีการเปลี่ยนแปลง  หรือเสื่อมสลายก็เป็นเพราะผู้ศึกษา  ผู้แสดง  ผู้สอน  เรียนผิด  แสดงผิด  และสอนผิด  แม้ถึงกระนั้น  ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตลอดกาล  เพราะท่านกล่าวไว้ในสัมโมทวิโนทนีว่า  สถานที่พูดภาษาบาลีมากที่สุดคือ  นรก  ดิรัจฉาน  เปรต  โลกมนุษย์  สวรรค์  และพรหมโลก  กล่าวอธิบายว่า  เมื่อโลกแตกสลาย  พรหมโลกมิได้เข้าข่ายการแตกสลายด้วย  ฉะนั้น  พรหมโลกแตกสลาย พรหมโลกมิได้เข้าข่ายการแตกสลายด้วย  ฉะนั้น  พรหมโลกจึงตั้งอยู่ได้สภาพเดิม

 

  ๒.  ภาษาบาลีเป็นมูลภาษา

ภาษาบาลีจัดเป็นภาษาของมนุษย์ในยุคแรกของโลก  เพราะเมื่อโลกถึงการแตกสลาย  พรหมโลกมิได้แตกสลายไปด้วย  ฉะนั้นพรหมโลกจึงตั้งอยู่ในสภาพเดิม  โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง  มีอธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยว่า มนุษย์ในยุคแรกของโรคนั้น  เป็นผู้จุติมาจากพรหมโลกด้วยอุปาทปฏิสนธิ  มนุษย์ดังกล่าวนั้นพูดภาษาบาลีซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันในพรหมโลกเป็นต้น  ฉะนั้น  นักไวยากรณ์จึงมีความเชื่อว่า  ภาษาบาลี  เป็นมูลภาษาคือเป็นภาษาที่มนุษย์ในยุคแรกใช้พูดกัน  ดังที่คัมภีร์ปทรูปสิทธิ  ได้กล่าวว่า

สา  มาคธี  มูลภาสา      นรา  ยายาทิกปฺปิกา
พฺรหฺมาโน  จสฺสุตาลาปา   สมฺพุทฺธา  จาปิ  ภาสเร.
      

ภาษามาคธี  เป็นภาษาดั้งเดิมที่ใช้พูดกันโดย
มนุษย์ต้นกัปป์  พวกพรหม  พระพุทธเจ้า  และบุคคล
ผู้ที่ยังไม่เคยได้ยินคำพูดจากบุคคลอื่น

 

  ๓.  ภาษาบาลีเป็นสภาวนิรุตติ
        
ท่านแสดงไว้ในสัมโมมหวิโนทนีว่า ภาษาบาลีเป็นสภาวนิรุตติหมายความว่าเป็นภาษา ธรรมชาติ อธิบายว่า  แม้ผู้ที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังภาษาอื่นมาก่อน หากมีความสามารถในการคิดและพูดได้เอง เขาคงจัดพูดภาษาบาลีอันเป็นภาษาที่เขาสนใจเท่านั้น  หมายความว่า  ในหนทางอันยืดยาวแห่งสังสารวัฏอันกำหนดนับไม่ได้นั้น มีการกำหนดเม็ดพืชของภาษาบาลีอยู่  ผู้ที่เดินทางไกลในสังสารวัฏล้วนเคยพูดเคยท่องบ่นภาษาบาลีมาแล้ว  โดยนับไม่ถ้วน  นั้น  เมื่อถึงเวลาพูดจริงแม้จะไม่เคยพูดภาษาบาลีมาก่อน ก็สามารถพูดภาษาบาลีได้เอง ทั้งนี้ปรากฏขึ้นมาเพราะพืชพันธ์แห่งสภาวนิรุตตินั่นเอง

 

๔.  ภาษาบาลีเป็นนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ
ภาษาบาลี นอกจากจะได้ชื่อว่าสภาวนิรุตติแล้ว ยังชื่อว่าเป็นเหตุแห่งนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณอีกด้วย ผู้ที่ได้บรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณแล้ว จะสามารถรู้ภาษาบาลีได้เอง  เช่นเดียวกันความแตกฉานในภาษาบาลีก็เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งแห่งการได้บรรลุปฏิสัมภิทาญาณ

 

๕.  ภาษาบาลีเป็นภาษารักษาพระศาสนา

ภาษาบาลีมิใช่จะสมบูรณ์ด้วยคุณดังกล่าวมาแล้วเท่านั้น  ยังได้ชื่อว่าเป็นภาษารักษาพระพุทธศาสนาอีกด้วย  “การดำรงไว้ซึ่งวินัยกรรมที่รู้กันว่าเป็นอายุของพระศาสนา” นั้น จัดเป็นคำพูดที่ถูกทีเดียวเพราะในการทำสังฆกรรมมี อุโบสถ ปวารณา อุปสมบท และสมมติสีมา เป็นต้น  จะสำรวจได้ด้วยดีและถูกต้องตามแบบแผนพุทธบัญญัติ  ถ้าไม่มีวินัย  กรรมเกี่ยวเนื่องด้วยการสวดกรรมวาจาแล้ว  ถือว่ากรรมไม่สำเร็จ  แต่สังฆกรรมนั้นๆ จะสำเร็จได้ด้วยดีก็ด้วยผู้สวดกรรมวาจาสามารถสวดกรรมวาจา  ออกเสียงสิถิล  ธนิต  วิมุตติ  และนิคคหิต  ได้ถูกต้องชัดเจน  และผู้ที่สวดได้ถูกต้องชัดเจน  จะต้องมีความรู้แตกฉานในพยัญชนะพุทธิ  ๑๐  ประการมีสิถิลและธนิตเป็นต้น  ซึ่งแสดงถึงวิธีสวดภาษาบาลี  เมื่อมีความรู้แตกฉานในพยัญชนะพุทธิ  ๑๐  ประการแล้ว  จึงสวดกรรมวาจาได้ถูกต้องชัดเจน  และสังฆกรรมย่อมสำเร็จสมบูรณ์ตามพุทธประสงค์  หากไม่เรียนรู้ภาษาบาลีก็ไม่สามารถสวดกรรมวาจาให้สำเร็จได้  เมื่อเป็นเช่นนั้น  จึงกล่าวสรุปได้ว่า  ภาษาบาลีเป็นภาษาที่มีความสำคัญอันสูงสุดต่อความดำรงมั่นสิ้นกาลนานแห่งพระพุทธศาสนา

 

๖.  ภาษาบาลีเป็นภาษาอจินไตย

               
กล่าวกันว่า  พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมจักรเทศนาด้วยภาษาบาลี  เมื่อเป็นเช่นนั้น  น่าจะมีปัญหาว่า  ผู้ที่ฟังพระธรรมจักรเทศนาทั้งหลาย (หมายถึงพระปัญจวัคคีย์) หากไม่รู้ภาษาบาลีแล้วจะเข้าใจพระธรรมจักรเทศนาที่พระองค์ทรงแสดงได้อย่างไร?  ตอบได้ว่า  ข้อที่กล่าวว่าพระองค์ทรงแสดงพระธรรมจักรด้วยภาษามคธนั้นเป็นความจริงทีเดียว  ถึงแม้ว่าปฏิคคาหกบุคคลผู้รับฟังธรรมทั้งหลาย จะรู้เฉพาะภาษาของตนอย่างเดียวก็จริง ขอยกตัวอย่างเช่น ชนชาวทมิฬก็นึกว่า (พระพุทธองค์) แสดงธรรมโปรดเขาด้วยภาษาทมิฬ ชนชาวอันธกะทั้งหลายก็นึกว่า (พระพุทธองค์) ทรงแสดงธรรมโปรดเขาด้วยภาษาอันธกะเช่นเดียวกัน การที่ผู้ฟังทั้งหลายนึกเช่นนั้นเป็นเพราะอานุภาพแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เรียกว่า “วาจาอจินไตย” อันมีอยู่ในอจินไตย

                ด้วยเหตุดังกล่าว การที่จะศึกษาพุทธธรรมหมีความรู้ความเข้าใจแตกฉาน อย่างลุ่มลึกในอรรถธรรมได้ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้เข้าใจในภาษาบาลี ที่เรียกว่ามูลภาษาเสียก่อน ดังนั้น คัมภีร์นิรุตติทีปนี จึงนับได้ว่าเป็นตำราพื้นฐานของ การศึกษาภาษาบาลี ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เข้าใจหลักภาษาก่อน จากนั้นจึงค่อยเข้าไป ศึกษาพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา เป็นต้นสืบต่อไป